1. หน้าหลัก
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ
  3. 7 วิธีประหยัดเวลาในแต่ละวัน
เพิ่มประสิทธิภาพ

7 วิธีประหยัดเวลาในแต่ละวัน

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ในบทความนี้ เราจะอธิบาย 7 วิธีที่นำไปใช้ได้จริงเพื่อประหยัดเวลาของคุณในแต่ละวัน ตั้งแต่ลดภาระการอ่านมากเกินไปไปจนถึงการใช้ การพิมพ์ด้วยเสียง (Voice Typing Dictation) และระบบอัตโนมัติด้วย AI แค่ปรับเวิร์กโฟลว์เล็กน้อยก็เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว หากคุณมีระบบที่เหมาะสม ก็สามารถประหยัดเวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตครั้งใหญ่

การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานยุคใหม่ productivity ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำงานนานขึ้น แต่คือการลดแรงเสียดทาน คนที่ทำงานได้เร็วที่สุด ไม่ใช่เพราะพิมพ์เร็วขึ้นหรือ ทำหลายอย่างพร้อมกัน (multitasking) ได้ดีกว่า แต่เพราะพวกเขาเลือกใช้เครื่องมือที่ฉลาดขึ้น และออกแบบเวิร์กโฟลว์ให้ตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป

จะเปลี่ยนเวลาการอ่านเป็นเวลาการฟังได้อย่างไร?

หนึ่งในกับดักเวลาที่ซ่อนอยู่คือการอ่านจากหน้าจอ อีเมล, PDF, รายงาน, บทความ และเอกสารต่างๆ ที่อาจกินเวลาหลายชั่วโมงในแต่ละวันโดยไม่รู้ตัว

Speechify ให้คุณแปลงข้อความเป็นเสียงอ่านธรรมชาติ เปลี่ยนเวลาการอ่านให้กลายเป็นเวลาฟัง แทนที่จะนั่งหน้าคอมฯ เลื่อนดูข้อความ คุณสามารถฟังระหว่างเดินทาง เดินเล่น หรือขณะทำงานประจำวันได้เลย

การฟังด้วยความเร็ว 2 เท่าหรือ 3 เท่าช่วยลดเวลาที่ใช้ในการทำความเข้าใจ เอกสารยาว ได้อย่างมหาศาล แค่เทคนิคเดียวนี้ก็สามารถประหยัดเวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์

ทำไมการพิมพ์ด้วยเสียงถึงเร็วกว่าแบบดั้งเดิม?

คนส่วนใหญ่พิมพ์ได้ประมาณ 40–80 คำต่อนาที แต่การพูดเร็วกว่านั้นมาก

การพิมพ์ด้วยเสียง (Voice typing dictation) ให้คุณพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้วเห็นข้อความปรากฏขึ้นแบบเรียลไทม์ ช่วยขจัดข้อจำกัดเชิงกลไกของคีย์บอร์ด และลดภาระการสะกดคำและจัดรูปแบบในช่วงที่คุณกำลังระดมไอเดียใหม่ๆ

Speechify รวม การพิมพ์ด้วยเสียง เข้ากับเวิร์กโฟลว์ของ Voice AI Assistant โดยตรง ทำให้คุณสลับระหว่างการฟัง การพูด และการปรับแต่งเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเขียน อีเมล, โน้ต, การระดมความคิด และงานร่างแรกต่างๆ การบันทึกด้วยเสียง สามารถลดเวลาในการเขียนลงได้เกือบครึ่ง

AI ช่วยลดปัญหาอีเมลล้นกล่องอย่างไร?

อีเมลคือหนึ่งในกับดักเวลาช่วงกลางวันที่เจอบ่อยที่สุด

AI สามารถช่วยคุณได้หลายอย่าง เช่น

  • ร่างคำตอบให้
  • สรุปข้อความยาวๆ
  • ดึงหัวข้อสำคัญและสิ่งที่ต้องดำเนินการ
  • แนะนำคำตอบสั้น กระชับได้ใจความ

เมื่อใช้ร่วมกับ การพิมพ์ด้วยเสียง คุณสามารถพูดคำตอบได้แทนการพิมพ์เองทีละตัว ลดทั้งความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจและเวลาที่ต้องใช้นิ้วพิมพ์

แค่ประหยัดเวลาได้เพียง 1 นาทีต่ออีเมล เมื่อรวมกับจำนวนอีเมลที่ได้รับในแต่ละวันก็จะเห็นผลชัดเจนในเวลาไม่นาน

จะเกิดอะไรขึ้นหากรวมงานที่คล้ายกันไว้ในช่วงเดียว?

การเปลี่ยนบริบทระหว่างงานเป็นต้นทุนที่สูง ทุกครั้งที่คุณสลับไปมาระหว่างงานที่ไม่เกี่ยวข้อง สมองต้องใช้เวลาในการเรียกสมาธิกลับมาใหม่

การรวมงานคล้ายๆ กัน เช่น ตอบ อีเมล, ตรวจทาน เอกสาร หรือโทรศัพท์ ให้ทำในช่วงเวลาเดียวกัน จะช่วยลดต้นทุนจากการสลับความคิดได้มาก

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถ:

  • ฟังเอกสารหรือบทความทั้งหมดในช่วงเดียวด้วย การแปลงข้อความเป็นเสียง
  • ตอบกลับ อีเมล หลายฉบับในช่วงเวลาจดจ่อเดียว
  • จัดการงานธุรการทั้งหมดภายในช่วงเวลาเดียว

เมื่อผสานกับการรวมงานเป็นบล็อกๆ AI จะช่วยเร่งให้แต่ละบล็อกงานเดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น

สามารถให้ AI จดบันทึกประชุมอัตโนมัติได้ไหม?

การประชุมมักสร้างต้นทุนเวลาแฝงมากกว่าที่เห็นบนปฏิทิน หลังจบประชุมคุณยังต้องสรุป จัดระเบียบ และดึงสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อออกมาอีก

AI สามารถสร้าง สรุป และรายการสิ่งที่ต้องทำในรูปแบบมีโครงสร้างจากการสนทนาโดยอัตโนมัติ ลดเวลาเคลียร์งานหลังประชุม และช่วยให้มั่นใจว่าไม่พลาดประเด็นสำคัญ

เมื่อผสานกับเวิร์กโฟลว์แบบเน้นเสียง คุณสามารถฟัง สรุป แทนที่จะต้องนั่งอ่านถอดความทั้งหมด

ทำไมควรลดการจัดรูปแบบเอกสารเอง?

การจัดรูปแบบใหม่ ปรับสำนวน หรือขัดเกลาข้อความเอง อาจกินเวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์แบบไม่รู้ตัว

AI ช่วยเขียนสามารถปรับความชัดเจน เปลี่ยนน้ำเสียง จัดเรียงย่อหน้าได้ในทันที แทนที่จะต้องเขียนใหม่เอง คุณแค่สร้างเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นในไม่กี่วินาที แล้วค่อยปรับแต่งต่อให้ตรงใจ

การใช้ AI ปรับแก้เนื้อหาจะช่วยให้คุณโฟกัสที่ตัวไอเดียและการตัดสินใจ ไม่ต้องเสียเวลากับงานแก้คำผิดหรือจัดรูปแบบซ้ำๆ แบบเดิม

จะออกแบบเวิร์กโฟลว์ที่ไม่มีอุปสรรคให้ได้อย่างไร?

กลยุทธ์ประหยัดเวลาอันดับหนึ่งคือ "การผสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน" แทนที่จะใช้แอปแยกกันสำหรับอ่าน เขียน สรุป และระดมไอเดีย ให้เลือกระบบที่ลดการสลับไปมาระหว่างแอป

Speechify ผสาน การแปลงข้อความเป็นเสียง, การพิมพ์ด้วยเสียง และ AI เสวนาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว คุณสามารถ:

  • ฟังเอกสาร
  • ตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้อหา
  • บันทึกโน้ตด้วยเสียง
  • สร้าง สรุป
  • ขัดเกลางานเขียน

ทุกอย่างทำได้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ต้องสลับหน้าจอหรือเปลี่ยนแอปไปมา

ยิ่งคุณลดการเปลี่ยนบริบทลงได้มากเท่าไร เวลาที่เหลือไปทำอย่างอื่นก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

วิธีไหนเร็วสุดในการประหยัดเวลาแต่ละวัน?

ทางลัดที่ช่วยประหยัดเวลามากที่สุดมักมาจากการลดอุปสรรคในการอ่านและเขียน เปลี่ยนเวลาการอ่านให้เป็นเวลาฟัง และใช้ การพิมพ์ด้วยเสียง จะทำให้คุณมีเวลาเหลือเพิ่มขึ้นทันที

การฟังแทนอ่านช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจริงหรือ?

ใช่ การฟังช่วยให้คุณสามารถ ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (multitasking) ระหว่างทำงานที่ใช้สมองน้อย เช่น เดินหรือเดินทาง เปลี่ยนเวลาว่างเปล่าให้กลายเป็นเวลาที่มีประโยชน์

การพิมพ์ด้วยเสียงแม่นยำพอสำหรับงานประจำวันไหม?

ระบบ การพิมพ์ด้วยเสียง ยุคใหม่มีความแม่นยำสูงมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ AI ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด การเกลาเล็กน้อยมักใช้เวลาน้อยกว่าการพิมพ์เองทั้งหมด

AI ประหยัดเวลาได้จริงแค่ไหน?

เพียงประหยัดวันละ 30–60 นาทีก็รวมเป็นเวลาหลายร้อยชั่วโมงต่อปี เคล็ดลับสำคัญคือการค่อยๆ ปรับเวิร์กโฟลว์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการใช้เทคนิคเฉพาะกิจทีละจุด

ต้องมีทักษะไอทีขั้นสูงไหมถึงจะใช้ AI ช่วยงานได้?

ไม่จำเป็นเลย เครื่องมือ AI ส่วนใหญ่ในปัจจุบันออกแบบมาให้ใช้งานง่าย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่เน้นเสียงอย่าง Speechify ที่ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องจำคำสั่งซับซ้อน


เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม