1. หน้าแรก
  2. อวาตาร์วิดีโอ
  3. วิธีสร้างวิดีโอดีพเฟค AI
อวาตาร์วิดีโอ

วิธีสร้างวิดีโอดีพเฟค AI

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมสร้างเสียง AI
สร้างเสียงคุณภาพระดับมนุษย์
ได้แบบเรียลไทม์

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

วิดีโอดีพเฟคผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และนำไปใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่ความบันเทิงล้วนๆ ไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมีมฮาๆ สลับใบหน้ากับคนดัง หรือทำวิดีโอเฉพาะแนว ดีพเฟคเปิดโอกาสใหม่ๆ ไว้อย่างมากมาย บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้แบบทีละขั้นตอน เพื่อสร้างวิดีโอดีพเฟค AI ที่สมจริงที่สุด ช่วยให้ผลงานของคุณทั้งน่าเชื่อถือและชวนติดตามไปพร้อมกัน

สร้างดีพเฟค AI ที่น่าทึ่ง

ข้อกำหนดสำหรับการสร้างวิดีโอดีพเฟค

การเข้าใจหลักการทำงานของดีพเฟค ถ้ามีพื้นฐานเรื่อง AI และแมชชีนเลิร์นนิ่งสักเล็กน้อยจะช่วยได้มาก อัลกอริทึม AI จะวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อหาแพตเทิร์นและความคล้ายคลึงของภาพ เทคนิคแมชชีนเลิร์นนิ่ง เช่น neural networks ทำให้ AI ค่อยๆ พัฒนาประสิทธิภาพและสร้าง วิดีโอดีพเฟค ที่สมจริงยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

การฝึกโมเดล AI เป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างดีพเฟค คุณต้องป้อนชุดข้อมูลภาพหรือวิดีโอให้โมเดล AI เพื่อให้มันเรียนรู้ลักษณะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการสร้างดีพเฟคที่น่าเชื่อถือ กระบวนการนี้ต้องทำซ้ำหลายรอบ ซึ่ง AI จะค่อยๆ ปรับปรุงผลลัพธ์ในทุกครั้งที่เรียนรู้จากข้อมูลฝึกสอน

ในการ สร้างวิดีโอดีพเฟค คุณจะต้องใช้เครื่องมือ AI อย่าง generative adversarial networks (GANs) ที่อาศัยทั้ง neural networks และ machine learning นอกจากนี้ยังต้องใช้ GPU ที่ทรงพลังเพื่อประมวลผลข้อมูลฝึกสอนและรันอัลกอริทึม ภาพต้นฉบับที่คมชัดและชุดข้อมูลที่จัดระเบียบอย่างดีจึงมีความสำคัญมากในการช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สมจริง

การเข้าใจกระบวนการสร้างดีพเฟคเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัส ถอดรหัส และการจัดการ latent representations คุณสามารถฝึกทักษะเหล่านี้ได้จากคอร์สออนไลน์ แหล่งความรู้บนอินเทอร์เน็ต หรือโปรเจกต์โอเพ่นซอร์สบน GitHub

แม้เทคโนโลยีดีพเฟคจะมีการใช้งานด้านบวกมากมาย เช่น ในวงการบันเทิงและโฆษณา แต่ก็ควรใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะการนำไปใช้ในทางที่ผิดอาจก่อให้เกิดข่าวปลอม การบิดเบือนข้อมูล และสร้างความเสียหายแก่บุคคลหรือสังคมได้

การใช้ดีพเฟคอย่างมีความรับผิดชอบ ควรระบุให้ชัดเจนหากมีการใช้วิดีโอดีพเฟค เช่น การติดลายน้ำหรือใช้สัญลักษณ์แจ้งว่าวิดีโอนั้นผ่านการปรับแต่งแล้ว นอกจากนี้ควรให้ความรู้กับสาธารณชนเกี่ยวกับวิดีโอปลอมและความเสี่ยงจากเทคโนโลยีนี้ เพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้และการใช้งานอย่างระมัดระวังมากขึ้น

เครื่องมือออนไลน์สำหรับดีพเฟค

ปัจจุบันมี เครื่องมือออนไลน์ และโปรแกรมมากมายให้คุณสร้างวิดีโอดีพเฟคได้ ตั้งแต่แบบโอเพ่นซอร์สไปจนถึงแบบเชิงพาณิชย์ ตัวอย่างยอดนิยมได้แก่:


Zao

Zao Logo

ลองนึกภาพว่าคุณได้สลับใบหน้ากับคนอื่น Zao ให้คุณสนุกกับการเปลี่ยนใบหน้าและสร้าง GIF ได้ง่ายๆ แม้แอปนี้จะโฟกัสที่ความบันเทิงเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีดีพเฟคสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและสายเทคโนโลยี

Snapchat

Snapchat Logo

อัลกอริทึม AI คือหัวใจหลักของฟีเจอร์สลับใบหน้าและฟิลเตอร์ใน Snapchat ผู้ใช้สามารถสร้างเซลฟี่และวิดีโอตลกๆ ได้ง่ายๆ แม้จะไม่ซับซ้อนเท่าเครื่องมือดีพเฟคโดยเฉพาะ แต่ Snapchat ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทั้งสนุกและใช้งานง่ายในโลกของคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI

Lensa AI

Lensa AI App Logo

Lensa AI คือแอปสร้างภาพพอร์ตเทรต AI จากเซลฟี่เพียงไม่กี่ภาพ แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดีพเฟคโดยตรง แต่ก็สามารถสร้างภาพพอร์ตเทรตเสมือนจริงในสไตล์ต่างๆ เช่น ซูเปอร์ฮีโร่ หรืออนิเมะได้ แอปมีเวอร์ชันใช้ฟรีสำหรับใช้งานทั่วไป แต่การสร้างภาพพอร์ตเทรตต้องชำระเงินครั้งเดียวหรือสมัครสมาชิกแบบพรีเมียม

Deepfakes Web

Deepfakesweb Logo

Deepfakes Web เป็น บริการออนไลน์ที่ช่วยให้คุณสร้าง วิดีโอดีพเฟคด้วยเทคโนโลยี deep learning กระบวนการเทรนและฝึก AI ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง และใช้เวลาสลับใบหน้าอีกประมาณ 30 นาที รุ่นฟรีจะได้วิดีโอดีพเฟคภายในราว 5 ชั่วโมง ขณะที่รุ่นพรีเมียมใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง

Wombo

Wombo Dream Logo

Wombo คือแอปลิปซิงค์ยอดฮิตบน TikTok และ Instagram Reels เพียงอัปโหลดภาพเดียว ก็สามารถทำให้ตัวการ์ตูนลิปซิงค์เพลงได้ถึง 15 เพลง Wombo เป็นวิธีสนุกๆ ในการลองเล่นกับคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI แม้อาจไม่ใช่ดีพเฟคแบบเต็มรูปแบบก็ตาม

MyHeritage

MyHeritage Logo

MyHeritage เป็นที่รู้จักจากฟีเจอร์ Deep Nostalgia ที่ให้คุณทำภาพเก่าให้ขยับได้ เพียงอัปโหลดภาพ กดปุ่มแอนิเมต แล้วดูใบหน้า ตา และปากขยับ เหมือนภาพในหนังสือพิมพ์วิเศษในเรื่อง Harry Potter นี่คือวิธีแปลกใหม่ในการชุบชีวิตความทรงจำเก่าๆ ด้วยเทคโนโลยีดีพเฟค จุดประสงค์ของ MyHeritage คือช่วยเชื่อมโยงผู้ใช้กับความทรงจำของบรรพบุรุษและคนในครอบครัว

DeepBrain

DeepBrain AI Logo

DeepBrain มีแนวทางเฉพาะสำหรับดีพเฟคแบบเรียลไทม์ ด้วยการสร้างอวตาร AI แบบกำหนดเอง เหมาะกับบริษัทหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่อยากใช้อวตารใบหน้าแบรนด์ของตัวเองแบบเสมือนจริง DeepBrain ยังผสานกับ ChatGPT/GPT-3 จึงทำให้อวตารโต้ตอบและสนทนาแบบคนจริงได้แบบเรียลไทม์

DALL-E Logo

DALL-E ซึ่งพัฒนาโดย OpenAI เป็นเครื่องมือ AI ที่สร้างภาพจากคำบรรยาย แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดีพเฟคโดยตรง แต่ DALL-E ก็ใช้สร้างภาพคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้ ช่วยต่อยอดขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่หลงใหลในดีพเฟค

FaceApp

FaceApp Logo

FaceApp คือแอปยอดนิยมที่เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสดีพเฟคและการตัดต่อใบหน้าด้วย AI บนมือถือ แค่คุณอัปโหลดภาพตัวเอง ก็จะเห็นหน้าตาตัวเองตอนแก่ เปลี่ยนให้ยิ้ม ฯลฯ ด้วย AI ผลลัพธ์ที่สมจริงทำให้การแชร์รูปเหล่านี้กับเพื่อนกลายเป็นเรื่องขำขัน หรือหยิบรูปเก่ามาแต่งให้คนในภาพยิ้ม แทนที่จะทำหน้าตึงก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

รับเสียงพากย์ธรรมชาติด้วย Speechify

Speechify AI Avatar Studio

เพื่อเสริมให้วิดีโอของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น ลองเพิ่มเสียงพากย์ AI ที่ฟังดูเป็นธรรมชาติโดยใช้ Speechify AI Voice Generator บริการนี้ใช้ AI สร้างเสียงเล่าเรื่องที่สมจริง เปลี่ยนข้อความเป็นเสียงพูด ที่คล้ายเสียงคนมาก รองรับหลายภาษา และมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย คุณสามารถเริ่มต้นได้ทันที Speechify AI Voice Generator ใช้ได้ทั้งสำหรับเสียงพากย์ พรีเซนเทชัน หรือพอดแคสต์

คำถามที่พบบ่อย

ซอฟต์แวร์อะไรที่ใช้สร้างดีพเฟคมากที่สุด?

DeepFaceLab ถือเป็นซอฟต์แวร์ยอดนิยมที่ใช้สร้างวิดีโอดีพเฟคมากที่สุด ด้วยบทเรียนสอนที่ครบถ้วนและอินเทอร์เฟซที่ใช้งานไม่ยาก

วิดีโอดีพเฟคที่ดีที่สุดคืออะไร?

วิดีโอดีพเฟคที่โดดเด่นมักมีบุคคลอย่าง Donald Trump, Barack Obama และคนดังมากมาย ส่วนใหญ่เป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย และแสดงให้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีดีพเฟคได้อย่างชัดเจน

เป้าหมายของวิดีโอดีพเฟคคืออะไร?

วิดีโอดีพเฟคมีเป้าหมายหลากหลาย เช่น ความบันเทิง การทำมีม โฆษณา จำลองนักแสดงในซีรีส์ หรือผลิตแชทบอทแบบ ChatGPT

มีไอเดียวิดีโอดีพเฟคอะไรบ้าง?

ตัวอย่างไอเดียวิดีโอดีพเฟค เช่น:

  • สลับใบหน้ากับคนดัง
  • สร้างคอนเทนต์ฮาๆ
  • ปลุกฉากหนังคลาสสิกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยนักแสดงยุคปัจจุบัน
  • สร้างอวตารเฉพาะตัว สำหรับวิดีโอเกม

ซอฟต์แวร์ดีพเฟคที่ดีที่สุดคืออะไร?

แม้ DeepFaceLab จะเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่ซอฟต์แวร์ที่เหมาะที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการและระดับทักษะของคุณ ตัวเลือกอื่นๆ เช่น Zao เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป หรือ Snapchat สำหรับการสลับใบหน้าแบบง่ายๆ และสนุกสนาน

สร้างเสียงพากย์ การพากย์เสียง และการโคลนเสียงด้วยเสียงกว่า 1,000 แบบในกว่า 100 ภาษา

ทดลองฟรี
studio banner faces

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม