1. หน้าหลัก
  2. VoiceOver
  3. ตัวเลือกยอดนิยมที่ใช้แทน MurfAI
VoiceOver

ตัวเลือกยอดนิยมที่ใช้แทน MurfAI

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมสร้างเสียง AI
สร้างเสียงคุณภาพระดับมนุษย์
ได้แบบเรียลไทม์

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

Murf AI สร้างชื่อขึ้นมาในฐานะหนึ่งในสตูดิโอให้เสียงด้วย AI ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เหมาะกับงานบรรยายเสียงระดับมืออาชีพในวิดีโอ โฆษณา โมดูลฝึกอบรม พรีเซนเทชั่น และพอดแคสต์ จุดแข็งคือมีคลังเสียงขนาดใหญ่ เครื่องมือควบคุมรายละเอียดเสียงเชิงลึกทั้งโทนและจังหวะ รองรับหลายภาษา มีการโคลนเสียง และซิงค์ตามไทม์ไลน์กับภาพได้ พูดง่ายๆ คือ Murf ทำงานเสมือนสตูดิโอบันทึกเสียงดิจิทัลที่ช่วยให้ผู้ใช้สร้างเสียงบรรยายระดับมืออาชีพได้โดยไม่ต้องจ้างนักพากย์ แต่ก็ยังมีตัวเลือกอื่นให้เลือกอีกมาก มาดูทางเลือกยอดนิยมของ Murf AI กันเลย 

ตัวเลือกยอดนิยมที่ใช้แทน MurfAI

Speechify แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Speechify Studio คือชุดเครื่องมือสร้างเสียงและวิดีโอ AI แบบครบวงจรที่ให้ผู้ใช้สร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์อัดเสียงหรือจ้างนักพากย์ มีเทคโนโลยีโคลนเสียงขั้นสูง AI dubbing แบบคลิกเดียวเพื่อสร้างเวอร์ชันหลายภาษาได้ทันที พร้อมเสียง AI สมจริงใน 60+ ภาษา แถมแพลตฟอร์มยังมี AI avatar สำหรับนำเสนอหน้าจอ และตัวแปลงเสียงเพื่อเปลี่ยนคาแรกเตอร์ได้ เครื่องมือทั้งหมดนี้ช่วยสร้างเวิร์กโฟลว์แบบครบลูปสำหรับเสียง วิดีโอ และการโลคัลไลซ์ ซึ่งเหนือกว่า Murf AI อย่างชัดเจน

Animaker Voice แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Animaker Voice มีฟีเจอร์คล้ายกับ Murf AI สำหรับงาน การตลาด และวิดีโออธิบาย แต่เลือกฝังระบบสร้างเสียงไว้ในแพลตฟอร์มแอนิเมชันเต็มรูปแบบ ในขณะที่ Murf มองว่าเสียงคือผลิตภัณฑ์หลัก ให้คุณสร้างเสียงบรรยายก่อนแล้วค่อยเอาไปผสานในวิดีโอ ส่วน Animaker มองเสียงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของกระบวนการเล่าเรื่องด้วยภาพ ผู้ใช้สามารถ เขียนสคริปต์ สร้างเสียงบรรยาย ใส่เสียงให้ตัวละครแอนิเมชัน ซิงค์การขยับปาก และส่งออกเป็นวิดีโอสำเร็จรูปได้โดยไม่ต้องออกจากระบบ Murf ให้การควบคุมการออกเสียง น้ำหนักเสียง และจังหวะได้ละเอียดกว่า ซึ่งสำคัญกับการบรรยายมืออาชีพและภาพลักษณ์แบรนด์ที่สม่ำเสมอ แต่ Animaker ช่วยลดเวลาโปรดักชั่นลงได้มาก เพราะไม่ต้องสลับใช้หลายเครื่องมือ 

Narakeet แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Narakeet เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่ใกล้เคียงกับ Murf AI สำหรับงานสายการศึกษาและการฝึกอบรม แต่โฟกัสที่การอัตโนมัติกระบวนการสร้างคอนเทนต์ทั้งชุด ไม่ใช่แค่เรื่องเสียงอย่างเดียว Murf มีเครื่องมือทรงพลังสำหรับสร้างเสียงบรรยาย ซึ่งอาจารย์ต้องซิงค์กับสไลด์เอง ในขณะที่ Narakeet ช่วยให้อัปโหลดพรีเซนเทชั่นแล้วแปลงเป็นวิดีโอที่มีเสียงบรรยายได้อัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้เหมาะมากสำหรับครูหรือเทรนเนอร์องค์กรที่ต้องทำบทเรียนหลายภาษา หรืออัปเดตเนื้อหาบ่อยๆ Murf ควบคุมการออกเสียง โทนอารมณ์ และจังหวะได้ลึกกว่า ซึ่งสำคัญกับงานเล่าเรื่องหรืองานพรีเซนต์ที่ต้องโน้มน้าวใจ ส่วน Narakeet เน้นความเร็วและความสะดวก สำหรับการผลิต e-learning จำนวนมาก Narakeet ช่วยลดเวลาในการทำงานลงได้มาก ในขณะที่ Murf เหมาะกับคอร์สเรือธงคุณภาพสูงที่ต้องเน้นลีลาการพูดเป็นพิเศษ

Parrot AI แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Parrot AI เหมาะกับครีเอเตอร์ที่อยากทำเสียงบรรยายให้เสร็จเร็วโดยไม่ต้องเจอเมนูซับซ้อนแบบสตูดิโอ Murf มีเครื่องมือแก้ไขขั้นสูงให้ปรับรายละเอียดเสียงได้แทบทุกจุด แต่ก็อาจทำให้ขั้นตอนผลิตช้าลงสำหรับคอนเทนต์ที่เน้นความเร็ว Parrot AI เน้นความเรียบง่าย แค่ใส่สคริปต์ เลือกเสียง แล้วสร้างเสียงที่พร้อมใช้งานทันที เหมาะกับผู้ทำสื่อโซเชียล นักการตลาดที่ต้องปั่นคอนเทนต์ทุกวัน และพอดแคสเตอร์ที่ต้องการความคล่องตัว Murf ยังเหนือกว่าในงานที่ต้องควบคุมอารมณ์ ความสม่ำเสมอของเสียงแบรนด์ หรือการเล่านิทานแบบภาพยนตร์ ส่วน Parrot AI เด่นเรื่องความเร็วในการผลิต

Fliki แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Fliki ยกระดับแนวคิดการสร้างเสียงไปอีกขั้นด้วยการอัตโนมัติทั้งเสียงและวิดีโอจากข้อความ Murf จะให้ผู้ใช้สร้างเสียงบรรยายแล้วค่อยเอาไปจับคู่กับภาพในซอฟต์แวร์ตัดต่ออื่น แต่ Fliki สามารถสร้างวิดีโอสมบูรณ์ที่มีภาพสต็อก คำบรรยาย เอฟเฟกต์เปลี่ยนฉาก และเสียงบรรยายหลายภาษาได้จากสคริปต์เดียว จึงเหมาะมากกับช่อง YouTube สายออโต้ ผู้สร้างคอร์ส และทีม การตลาด ที่ต้องผลิตคอนเทนต์จำนวนมาก Murf ยังได้เปรียบในเรื่องการปรับแต่งเสียงและการถ่ายทอดอารมณ์ ซึ่งสำคัญกับงานเล่าเรื่องและสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ แต่ Fliki อัตโนมัติกระบวนการผลิตจนใช้เวลาและทักษะน้อยกว่ามาก

Wavel AI แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Wavel AI โดดเด่นด้านการโลคัลไลซ์ การพากย์ และการปรับคอนเทนต์ให้เหมาะกับหลายภาษา จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการบุกตลาดต่างประเทศ แม้ Murf จะรองรับหลายภาษาเช่นกัน แต่ Wavel ให้ความสำคัญกับการแปลแบบซิงค์และถ่ายทอดบริบททางวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาคมากเป็นพิเศษ เหมาะกับผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ แคมเปญ การตลาด ระดับโลก และสถาบันการศึกษาที่ต้องดูแลกลุ่มเป้าหมายหลายภาษา Murf มักใช้สร้างเสียงบรรยายหลักเพียงเวอร์ชันเดียว ส่วน Wavel เน้นสร้างเวอร์ชันท้องถิ่นหลายชุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Listnr AI แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Listnr AI ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพอดแคสเตอร์ ผู้ผลิตหนังสือเสียง และผู้สร้างคอนเทนต์เสียงแบบยาว Murf ก็สร้างเสียงบรรยายสำหรับรูปแบบเหล่านี้ได้ แต่ UI ถูกออกแบบมาสำหรับสร้างเสียงบรรยายแบบแยกตอน มากกว่าการผลิตคอนเทนต์เป็นซีรีส์ต่อเนื่อง Listnr มีฟีเจอร์อย่างการประมวลผลแบบชุด การเชื่อมต่อบริการโฮสต์เสียง และเสียงแนวสนทนาฟังสบาย สำหรับคนที่ผลิตรายการเสียงอย่างต่อเนื่อง Listnr จะตอบโจทย์เฉพาะทางได้ดีกว่า ในขณะที่ Murf เด่นเรื่องความแม่นยำในการบรรยายตามสคริปต์

Resemble AI แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Resemble AI โฟกัสที่การสร้างเสียงสังเคราะห์เฉพาะสำหรับแบรนด์ ตัวละคร หรือแอสซิสแทนต์ดิจิทัลโดยตรง Murf ก็มีฟีเจอร์โคลนเสียงเช่นกัน แต่เน้นใช้เพื่อการสร้างคอนเทนต์มากกว่าการสร้างระบบเสียงแบบอินเทอร์แอคทีฟ Resemble เปิดโอกาสให้นักพัฒนาและธุรกิจสร้างเอกลักษณ์เสียงของตัวเองแล้วนำไปใช้ในแอป เกม หรือโลกเสมือน จึงเหมาะกับสินค้าหรือบริการแบบอินเทอร์แอคทีฟ ในขณะที่ Murf เหมาะกับการผลิตเสียงบรรยายที่อัดไว้ล่วงหน้า

Kits AI แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Kits AI เดินคนละสายกับ Murf โดยเน้นสร้างเสียงสำหรับงานดนตรีและศิลปะ Murf ถนัดด้านเสียงบรรยายพูด ส่วน Kits AI ให้คุณสร้างเสียงร้องเพลงสังเคราะห์และทดลองเสียงใหม่ๆ ในงานดนตรี ศิลปินสามารถทำเสียงร้องเดโม เล่นฮาร์โมนี หรือเปลี่ยนสไตล์เสียงโดยไม่ต้องเข้าstudioจริง สำหรับโปรเจกต์เสียงแนวสร้างสรรค์แบบดนตรี Kits AI ตอบโจทย์ในแบบที่ Murf ไม่ได้ออกแบบมารองรับ

Descript แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

Descript ผสานการสร้างเสียงเข้ากับเครื่องมือตัดต่อจนกลายเป็นสภาพแวดล้อมการผลิตแบบไฮบริด Murf เด่นในเรื่องการผลิตเสียงบรรยายครั้งแรก ส่วน Descript ชนะขาดในช่วงหลังการผลิต ให้คุณแก้ไขเสียงและวิดีโอได้แค่แก้ข้อความในทรานสคริปต์ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของนักพอดแคสต์ นักข่าว และผู้สร้างวิดีโอที่ต้องการแก้ไฟล์เสียงแบบรวดเร็ว 

LOVO AI แตกต่างจาก Murf AI อย่างไร?

LOVO AI เป็นคู่แข่งโดยตรงที่ใกล้เคียงที่สุด ให้คลังเสียงที่แสดงอารมณ์ได้หลากหลาย พร้อมการควบคุมอารมณ์เสียงและโคลนเสียง คล้ายกับ Murf ทั้งสองแพลตฟอร์มต่างโฟกัสที่การสร้างเสียงบรรยายให้ฟังเหมือนคน เหมาะกับงาน การตลาด การฝึกอบรม และความบันเทิง ความต่างหลักๆ มักอยู่ที่โทนเสียงโดยรวม การออกแบบอินเทอร์เฟซ และฟีเจอร์ด้านเวิร์กโฟลว์ Murf เป็นที่รู้จักเรื่องสภาพแวดล้อมการแก้ไขแบบสตูดิโอ ขณะที่ LOVO เด่นด้านความหลากหลายของเสียงและช่วงการแสดงอารมณ์

ทางเลือกของ Murf AI ตัวไหนล้ำหน้าที่สุด?

Speechify Studio ถือเป็นทางเลือกที่ล้ำหน้าที่สุดของ Murf AI เพราะยกระดับจากแค่ AI ให้เสียง ไปเป็นแพลตฟอร์มผลิตมีเดียอัตโนมัติที่รวมการสร้างเสียง โคลนเสียง พากย์วิดีโอข้ามภาษา ตัดต่อวิดีโอ และการโลคัลไลซ์เนื้อหาไว้ในเวิร์กโฟลว์เดียว ต่างจาก Murf ที่โฟกัสเป็นหลักที่เสียงบรรยายเนี๊ยบๆ เพียงอย่างเดียว Speechify Studio ให้คุณสร้างเสียงบรรยายสมจริงได้มากกว่า 60+ ภาษา โคลนเสียงเพื่อสร้างแบรนด์หรือคาแรกเตอร์ให้สม่ำเสมอ พากย์วิดีโออัตโนมัติข้ามภาษาโดยเก็บคาแรกเตอร์เดิม และใช้ AI avatar กับตัวแปลงเสียงให้แตกต่างกันไปตามตัวละครได้ 

Speechify Studio มาพร้อมตัวแก้ไขไทม์ไลน์แบบบูรณาการ เครื่องมือสื่อแบบลากวาง และคลังไฟล์รวมในระบบเดียว ให้ครีเอเตอร์ปิดจบงานเสียงและวิดีโอได้โดยไม่ต้องสลับแอป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ การศึกษา และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องผลิตคอนเทนต์ระดับโลกจำนวนมาก สรุปคือ Speechify Studio ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือทำเสียง แต่คือสตูดิโอ AI ครบวงจรสำหรับสร้าง ตัดต่อ แปล และเผยแพร่สื่อระดับมืออาชีพ จึงเป็นทางเลือกที่ล้ำหน้าที่สุดของ Murf AI

คำถามที่พบบ่อย

ทางเลือกของ Murf AI ตัวไหนเหมาะที่สุดสำหรับผลิตมีเดียครบวงจร?

Speechify Studio เด่นตรงที่ผสานเสียงบรรยาย AI dubbing avatar และการผลิตหลายภาษาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

ทางเลือกตัวไหนเหมาะที่สุดกับโปรเจกต์เสียงหลายภาษา?

Speechify Studio รองรับ 60+ ภาษา และ AI dubbing ช่วยให้การผลิตคอนเทนต์ทั่วโลกทำได้เร็วและง่ายขึ้น

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ AI ตัวไหนยืดหยุ่นกว่างานเสียงบรรยายอย่างเดียว?

Speechify ไปไกลกว่าแค่เสียงบรรยาย รองรับทั้ง AI podcast โคลนเสียง และเวิร์กโฟลว์เสียง-ภาพแบบครบชุด

ทางเลือกของ Murf AI ตัวไหนเหมาะกับครูและผู้สร้างคอร์สออนไลน์?

Speechify Studio รองรับทั้งการพากย์ การบรรยาย และ avatar นำเสนอ ช่วยขยายการเรียนรู้ได้ง่าย

มีตัวเลือกที่เหมาะกว่า Murf AI สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องผลิตคอนเทนต์ถี่ๆ ไหม?

Speechify มีอีโคซิสเต็มแบบครบวงจรที่ช่วยให้ผลิตงานได้เร็ว โดยไม่ต้องคอยสลับเครื่องมือไปมา

แพลตฟอร์มไหนสร้างเสียงแบรนด์ให้สม่ำเสมอได้แข็งแรงที่สุด?

Speechify ให้บริการโคลนเสียงเพื่อให้แบรนด์รักษาโทนเสียงเฉพาะตัวได้ในทุกโปรเจกต์

ทางเลือกของ Murf ตัวไหนรองรับทั้งการเล่าเรื่องสร้างสรรค์และโปรดักชันมืออาชีพ?

Speechify รองรับการเปลี่ยนเสียงตัวละคร AI avatar และการควบคุมอารมณ์เสียงได้หลากหลาย ครอบคลุมแทบทุกงานสร้างสรรค์

ทางเลือกไหนเหมาะที่สุดสำหรับแปลงคอนเทนต์เป็นไฟล์เสียง?

Speechify สามารถแปลงสคริปต์ เอกสาร และสื่อต่างๆ เป็น AI podcast ไว้ฟังระหว่างเดินทางได้

มีแพลตฟอร์มวิดีโอ AI ไหนที่ผสานการสร้างเสียงกับการนำเสนอวิดีโอได้เลย?

Speechify Studio มี AI avatar สำหรับนำเสนอเนื้อหาผ่านภาพและเสียงไปพร้อมกัน

สร้างเสียงพากย์ การพากย์เสียง และการโคลนเสียงด้วยเสียงกว่า 1,000 แบบในกว่า 100 ภาษา

ทดลองฟรี
studio banner faces

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม