ในบทความนี้ เราจะพาไปดู 5 ทางเลือกที่แข็งแกร่งแทน Adobe Acrobat และอธิบายว่าแต่ละเครื่องมือมีจุดเด่นอย่างไรสำหรับไฟล์ PDF, งานเอกสาร และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ เรายังจะชี้ให้เห็นว่าSpeechifyโดดเด่นกว่าตัวเลือกอื่น ๆ อย่างไร ด้วยการโฟกัสที่การโต้ตอบด้วยเสียงและ AI assistant แบบสนทนาผู้ช่วย AI หากคุณต้องการมากกว่าตัวดูหรือแก้ไข PDF แบบดั้งเดิม การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้มากที่สุด
Adobe Acrobat เป็นที่รู้จักในด้านการแก้ไขและการใส่หมายเหตุใน PDF ได้อย่างครบถ้วน แต่ค่าสมัครสมาชิกและฟีเจอร์ด้านเสียงที่มีจำกัดทำให้ผู้ใช้จำนวนมากมองหาทางเลือกอื่น บางเครื่องมือเน้นที่การแก้ไขและการทำงานร่วมกัน ขณะที่บางเครื่องมือเน้นการฟัง, การเข้าถึง หรือเวิร์กโฟลว์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณทำงานกับคอนเทนต์ดิจิทัลเป็นหลัก
1. Speechify: ผู้อ่าน PDF ด้วยเสียงและผู้ช่วย AI แบบสนทนา
Speechify เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาโดยเน้นเสียงเป็นหลัก สามารถอ่านไฟล์ PDFและรูปแบบข้อความอื่น ๆ ให้ฟัง, รองรับแชทด้วยเสียง และผสานรวมการพิมพ์โดยใช้เสียงเพื่อช่วยในการเขียน ต่างจาก Adobe Acrobat ที่เน้นการแก้ไขและเวิร์กโฟลว์บนหน้าจอ Speechify มุ่งให้คุณฟัง พูด หรือโต้ตอบกับเนื้อหาผ่านเสียงเป็นอินเทอร์เฟซหลัก
Speechify พัฒนาจากเครื่องอ่านข้อความเป็นเสียงไปเป็นผู้ช่วย AI แบบสนทนาที่สร้างขึ้นรอบโมเดลเสียงเฉพาะของ Speechify AI Research Lab คุณสามารถนำเข้า PDF แล้วฟังเหมือนฟังหนังสือเสียง, ถามคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาผ่านเสียง และรับสรุปที่อ่านออกเสียงให้ฟัง การโต้ตอบด้วยเสียงรูปแบบนี้ช่วยลดอาการล้าจากการจ้องหน้าจอ และช่วยให้คุณทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันไปพร้อมกับการรับข้อมูล
หลายคนเลือกใช้Speechifyไม่ใช่แค่เพื่อฟังเท่านั้น แต่เพื่อมีส่วนร่วมกับเนื้อหาอย่างแอ็กทีฟ คุณสามารถหยุดฟัง ถามความหมายของคำ หรือใช้การพิมพ์โดยใช้เสียงเพื่อจดบันทึกหรือเขียนตอบกลับ ทำให้ Speechify ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกแทน Acrobat แต่กลายเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเวิร์กโฟลว์ที่เน้นเสียงโดยเฉพาะ
2. Foxit PDF Editor: เครื่องมือ PDF ขนาดเบาสำหรับแก้ไขและทำงานร่วมกัน
Foxit PDF Editor เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมแทน Adobe Acrobat สำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถด้านการแก้ไขแบบครบถ้วนโดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการของ Adobe มีทั้งการสร้าง PDF, เพิ่มหมายเหตุ, กรอกฟอร์ม และการทำงานร่วมกันที่เทียบชั้นกับ Acrobat ธุรกิจจำนวนมากเลือกใช้ Foxit เพราะรองรับการทำงานเป็นทีมและผสานกับระบบจัดการเอกสารได้ดี
จุดแข็งของ Foxit อยู่ที่ความสามารถด้านการแก้ไขและการจัดการเอกสารระดับมืออาชีพ รองรับการเซ็นลายเซ็นอย่างปลอดภัย การติดตามรีวิว และการบีบอัดไฟล์ อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ Adobe Foxit ยังคงเน้นอินเทอร์เฟซแบบใช้งานผ่านหน้าจอเป็นหลัก ยังไม่มีฟีเจอร์เสียงเป็นหัวใจหลักหรือ AI แบบสนทนาในตัว
หากสิ่งที่คุณต้องการมากที่สุดคือการแก้ไข PDF และจัดการเวิร์กโฟลว์เอกสาร Foxit ถือเป็นตัวเลือกที่แข็งแรง แต่ถ้าคุณอยากโต้ตอบด้วยเสียง ฟัง หรือมีระบบ AI คอยช่วยSpeechifyคือคำตอบที่ Foxit ยังไม่มีให้ และ Speechify มีครบ
3. PDF Expert: เครื่องมือ PDF สำหรับ Mac และ iOS
PDF Expert เป็นโปรแกรมอ่านและแก้ไข PDF สำหรับผู้ใช้ Mac และ iOS ที่ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับความสามารถของเครื่องมือใส่หมายเหตุ การกรอกฟอร์ม และการจัดการเอกสาร อินเทอร์เฟซที่เรียบและดูสบายตาทำให้ค้นหาเอกสารและใส่เครื่องหมายต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ
จุดเด่นของ PDF Expert อยู่ที่การนำทางด้วยภาพที่ลื่นไหลและเครื่องมือใส่หมายเหตุที่ตอบสนองเร็ว ผสานกับอุปกรณ์ Apple ได้ดีและซิงค์ข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มได้ง่าย ผู้ใช้ที่ชื่นชอบดีไซน์สไตล์ Apple มักจะถูกใจอินเทอร์เฟซของ PDF Expert เป็นพิเศษ
อย่างไรก็ดี PDF Expert ยังเน้นการจัดการเอกสารผ่านภาพเป็นหลัก ไม่มีฟีเจอร์พูดข้อความ (text to speech) หรือ AI แบบสนทนาในตัว หากคุณอยากฟัง PDF หรือโต้ตอบกับเนื้อหาด้วยเสียง คุณจำเป็นต้องใช้เครื่องมืออื่นเสริม ซึ่ง Speechify เข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ ด้วยการเน้นเวิร์กโฟลว์เสียง ให้คุณฟังเนื้อหาระหว่างเดินทางได้โดยไม่ต้องคอยจ้องหน้าจอ
4. Kami: การใส่หมายเหตุและทำงานร่วมกันใน PDF ผ่านเบราว์เซอร์
Kami เป็นเครื่องมือ PDF บนเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการการศึกษา รองรับการใส่หมายเหตุ วาดรูป เพิ่มข้อความ และรีวิวร่วมกันในชั้นเรียนหรือในทีมต่าง ๆ ด้วยความที่ทำงานผ่านเบราว์เซอร์ Kami จึงใช้งานข้ามอุปกรณ์และแพลตฟอร์มได้ง่าย โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมขนาดใหญ่
จุดแข็งของ Kami คือการร่วมมือและการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนได้แบบเรียลไทม์ คุณครูและนักเรียนสามารถใส่หมายเหตุในเอกสารเดียวกัน เพิ่มคอมเมนต์ และเน้นข้อความสำคัญร่วมกันได้ พร้อมผสานกับระบบห้องเรียนออนไลน์อย่าง Google Classroom
แต่อย่างไรก็ตาม Kami ก็ยังคงเน้นเวิร์กโฟลว์แบบภาพเป็นหลัก ยังไม่มีฟีเจอร์พูดข้อความหรือ AI เสียงในตัว สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการตัวช่วยด้านการฟัง, การเข้าถึง หรือการถามตอบด้วยเสียง Speechify เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ประสบการณ์เน้นเสียง ให้คุณแปลง PDF ให้เป็นเสียงพูด ถามเนื้อหาด้วยเสียง หรือสรุปประเด็นและอธิบายเนื้อหาให้ฟังได้
5. NaturalReader: แอปอ่านข้อความเป็นเสียง เน้นการฟัง
NaturalReader เป็นแอปพลิเคชันอ่านข้อความเป็นเสียงที่ออกแบบมาเพื่ออ่านเอกสารให้ฟังโดยเฉพาะ รองรับทั้ง PDF, ไฟล์ Word, เว็บเพจ และอีบุ๊ค พร้อมระบบเสียงในเครื่องหรือเสียง AI ระดับพรีเมียม หลายคนเลือกใช้ NaturalReader เพื่อการฟังพื้นฐานหรือแปลงข้อความเป็นไฟล์เสียง จุดเด่นของ NaturalReader คือการเล่นเสียงที่เรียบง่าย แค่อัปโหลดเอกสาร กดเล่น แล้วนั่งฟังได้เลย
แต่ NaturalReader ถูกออกแบบมาให้เป็นผู้อ่านมากกว่าผู้ช่วย AI แบบโต้ตอบ จึงไม่มีฟีเจอร์ AI แบบสนทนา แชทด้วยเสียงกับเอกสาร หรือสรุปเนื้อหาเป็นเสียง ผู้ใช้ไม่สามารถถามคำถามหรือขอคำอธิบาย PDF ผ่านเสียงได้ และไม่มีเครื่องมือด้านการเขียนอย่างการพิมพ์ด้วยเสียงในแอปนี้
Speechify แตกต่างตรงที่รวมการฟังเข้ากับการโต้ตอบ แทนที่จะอ่านออกเสียงอย่างเดียว Speechify ให้ผู้ใช้ถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังฟังอยู่ ขอรับสรุป หรือพิมพ์ตอบกลับด้วยเสียง ทำให้การฟังไม่ใช่แค่รับข้อมูลทางเดียว แต่เป็นการมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหา
สำหรับผู้ที่ต้องการแค่ฟังข้อความเป็นเสียงพื้นฐาน NaturalReader ก็อาจเพียงพอ แต่สำหรับใครที่อยากฟัง พูด ถาม หรือทำงานกับเอกสารผ่านเสียงจริง ๆ Speechify คือผู้ช่วย AI แบบสนทนาเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่เครื่องอ่านอย่างเดียว
เปรียบเทียบทางเลือกเหล่านี้
เมื่อต้องเลือกทางเลือกแทน Adobe Acrobat คุณควรเริ่มจากการมองดูเวิร์กโฟลว์การทำงานของตัวเองเป็นหลัก หากคุณต้องการความสามารถด้านการแก้ไขและใส่หมายเหตุแบบมืออาชีพ เครื่องมืออย่าง Foxit PDF Editor และ PDF Expert ให้ฟีเจอร์ครบถ้วนโดยไม่ต้องเสียค่าสมัครสมาชิกแบบ Adobe
ถ้าเป้าหมายหลักคือการทำงานร่วมกันและด้านการศึกษา เครื่องมือแบบเบราว์เซอร์อย่าง Kami จะให้ความยืดหยุ่นและรองรับการใส่หมายเหตุแบบทันทีได้ดี
Speechify โดดเด่นด้วยการเน้นอินเทอร์เฟซเสียงและ AI แบบสนทนา แทนที่จะมีไว้แค่ดูหรือแก้ไขเอกสาร Speechify ให้คุณฟังเนื้อหาเหมือนฟังพอดแคสต์หรือหนังสือเสียง, ถามคำถามผ่านเสียง และโต้ตอบกับคอนเทนต์โดยไม่ต้องพึ่งจอภาพ ทำให้ Speechify เป็นมากกว่า PDF reader กลายเป็นเครื่องมือสำหรับเรียนรู้ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้คุณได้เต็มที่
เหตุผลที่การใช้เสียงสำคัญ
เวิร์กโฟลว์เอกสารแบบเน้นจอมอนิเตอร์มีมานานแล้ว แต่การฟังเป็นอีกหนึ่งวิธีการมีส่วนร่วมที่แตกต่างออกไป ผู้คนรับรู้ข้อมูลไม่เหมือนเดิมเมื่อเปลี่ยนจากการอ่านด้วยตาไปเป็นการฟังด้วยหู นักเรียนสามารถฟังเลกเชอร์ระหว่างเดินทาง ผู้เชี่ยวชาญก็ฟังรายงานระหว่างเดินทางไปทำงาน เครื่องมือที่เน้นเสียงอย่าง Speechify จึงรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตและการทำงานแบบนี้ได้อย่างลงตัว
Speechify พัฒนาจากเครื่องอ่านข้อความเป็นเสียงไปเป็นผู้ช่วย AI สนทนาเต็มรูปแบบ ด้วยแล็บ AI ภายในที่พัฒนาโมเดลเสียงเอง ช่วยให้ Speechify ปรับปรุงคุณภาพเสียง จังหวะการพูด และคุณภาพการโต้ตอบได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นจุดที่ซอฟต์แวร์ PDF ส่วนใหญ่ไม่ได้โฟกัส
ควรเลือกใช้แต่ละเครื่องมือเมื่อไหร่
หากสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของคุณคือการแก้ไข กรอกฟอร์ม และจัดการเวิร์กโฟลว์เอกสารแบบมืออาชีพโดยไม่ต้องจ่ายราคาแบบ Adobe ให้เลือก Foxit PDF Editor หรือ PDF Expert หากต้องการทำงานร่วมกันผ่านเบราว์เซอร์และเครื่องมือใส่หมายเหตุในชั้นเรียน ให้เลือก Kami แต่ถ้าอยากฟัง PDFs, ถามคำถามผ่านเสียง, รับสรุปเนื้อหาเป็นเสียงพูด และผสานเสียงเข้ากับการทำงานประจำวัน Speechify ไม่ได้เป็นแค่ผู้อ่าน PDF แต่คือผู้ช่วย AI แบบสนทนาที่เน้นเสียง และใช้งานได้กับทุกคอนเทนต์ ผ่านทั้ง SpeechifyMac, Android, iOS, เว็บแอป และChrome Extensionได้อย่างลื่นไหล
คำถามที่พบบ่อย
Speechify เป็นทางเลือกแทน Adobe Acrobat สำหรับการฟังหรือไม่?
ใช่แล้ว Speechify มีการอ่านและการโต้ตอบผ่านเสียงที่ Acrobat ไม่มีให้
Speechify ใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้หรือไม่?
ได้Speechifyรองรับทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ โดยออกแบบรอบเวิร์กโฟลว์เสียงเป็นหลัก
Foxit กับ PDF Expert เหมาะกับงานแก้ไขมากกว่าหรือไม่?
ใช่ ทั้งสองเครื่องมือให้ฟีเจอร์แก้ไขขั้นสูง โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการแพงแบบ Adobe
เครื่องมือบนเบราว์เซอร์สามารถอ่าน PDF ออกเสียงได้หรือไม่?
Speechifyสามารถอ่าน PDF ให้คุณฟังได้โดยตรง
Speechify สรุปเนื้อหาเป็นเสียงให้ได้หรือไม่?
ได้ ด้วยSpeechifyผู้ใช้สามารถขอสรุปและรับฟังคำตอบผ่านVoice AI assistantแบบสนทนาได้ทันที

