1. หน้าแรก
  2. ผู้ช่วยเสียง AI
  3. ทำไมฟีเจอร์ AI Podcast ของ Speechify จึงดีกว่า Adobe
ผู้ช่วยเสียง AI

ทำไมฟีเจอร์ AI Podcast ของ Speechify จึงดีกว่า Adobe

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ในบทความนี้ เราจะเล่าให้ฟังว่าทำไมฟีเจอร์ AI podcast ของ Speechify จึงเหนือกว่าสิ่งที่ Adobe มีอยู่ตอนนี้ เราจะเปรียบเทียบวิธีที่แต่ละเครื่องมือจัดการเสียง, การโต้ตอบด้วยเสียง, เวิร์กโฟลว์สร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ อีกทั้งยังจะพาไปดูด้วยว่า AI assistant แบบสนทนาของ Speechify ช่วยให้ทั้งผู้จัดและผู้ฟังพ็อดแคสต์ทำอะไรได้มากกว่าการฟังย้อนหลังแบบเดิมๆ อย่างไร

พ็อดแคสต์เป็นหนึ่งในช่องทางที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับการเรียนรู้ แชร์ไอเดีย และมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหา นอกจากคุณภาพเสียงที่ดีแล้ว ผู้จัดพ็อดแคสต์ยังต้องการเครื่องมือที่ช่วยครบ ตั้งแต่การเขียนสคริปต์ การโต้ตอบ การตัดต่อ ไปจนถึงการปรับแต่งหลายรอบ ส่วนผู้ฟังก็อยากได้ประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติ โต้ตอบได้ และเข้าถึงง่าย Speechify’s AI podcast ถูกออกแบบมาตอบโจทย์เหล่านี้ ขณะที่เครื่องมือของ Adobe มุ่งเน้นการตัดต่อและปรับปรุงเสียงเป็นหลัก มากกว่าการ โต้ตอบด้วยเสียงหรือ สนทนา แบบมีปฏิสัมพันธ์ ความต่างตรงนี้ส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้ตั้งแต่พื้นฐานเลยทีเดียว

ตอนนี้ Adobe มีอะไรให้ใช้งานด้าน Podcast บ้าง?

ซอฟต์แวร์ด้านครีเอทีฟของ Adobe มีเครื่องมือสำหรับตัดต่อเสียงและปรับคุณภาพ เช่น Adobe Podcast Enhance Speech ที่ช่วยกำจัดเสียงรบกวน ปรับระดับเสียง และเพิ่มความคมชัดของเสียงพูด เครื่องมือเหล่านี้มีประโยชน์มากในขั้นตอนหลังการผลิต เพื่อเตรียมไฟล์เสียงให้สมบูรณ์ก่อนปล่อยจริง

อย่างไรก็ตาม Adobe ยังไม่มีระบบสร้างและโต้ตอบกับ AI podcast แบบครบวงจร เครื่องมือส่วนใหญ่เน้นการตัดต่อบนหน้าจอเป็นหลัก ไม่ได้โฟกัสกับกระบวนการใช้งานเสียงหรือเวิร์กโฟลว์แบบ voice first, การสนทนาโต้ตอบ หรือการสร้าง podcast ด้วย AI จุดแข็งของ Adobe จึงยังอยู่ที่งานตัดต่อแบบดั้งเดิมและกลุ่มผู้ใช้ที่ชอบอินเทอร์เฟซสายภาพ

ฟีเจอร์ AI Podcast ของ Speechify คืออะไร?

Speechify’s AI podcast เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มแบบ voice first ที่ให้คุณแปลง เอกสาร, ทรานสคริปต์, บทความ หรือสคริปต์ ให้กลายเป็นประสบการณ์เสียงพูด แทนที่จะทำแค่ปรับไฟล์เสียงที่อัดมา Speechify สามารถสร้างเสียงจากข้อความด้วยโมเดลเสียงเฉพาะที่วิจัยและพัฒนาโดย Speechify AI Research Lab

โมเดลเสียงเหล่านี้ถูกปรับแต่งมาให้จังหวะพูดเป็นธรรมชาติ ฟังชัดเจน เหมาะกับการฟังยาวๆ ผู้ใช้สามารถฟังเนื้อหาเหมือนฟัง podcast จริงๆ และนอกจากนี้ Speechify ยังรองรับการโต้ตอบแบบสนทนาด้วย เสียงพูด ผู้ฟังสามารถหยุดแล้วถามคำถามด้วยเสียง จากนั้น Speechify จะตอบกลับเป็นเสียง ทำให้ podcast กลายเป็นประสบการณ์เสียงที่โต้ตอบได้จริงๆ

นี่ไม่ใช่แค่การฟังย้อนหลังธรรมดาๆ แต่เป็นรูปแบบการใช้งานที่ยึดเสียงเป็นหลัก ผสมผสานทั้งการฟังและการมีส่วนร่วมได้อย่างลงตัว

การเขียนสคริปต์และร่างเนื้อหาที่ดีกว่าเดิม

ผู้จัดพ็อดแคสต์ต้องการเครื่องมือที่ไม่ใช่แค่ช่วยตัดต่อเสียง แต่ต้องช่วยทั้งการเขียนสคริปต์และระดมไอเดียคอนเทนต์ด้วย Speechify รองรับ การพิมพ์ด้วยเสียง ให้ผู้สร้างร่างเค้าโครง สคริปต์ และโน้ตตอนผ่านการพูด ลดช่องว่างระหว่างจังหวะคิดสร้างสรรค์กับการลงมือวางแผนเป็นลายลักษณ์อักษร

เครื่องมือของ Adobe ไม่มีระบบ พิมพ์ด้วยเสียงหรือการช่วยร่างสคริปต์แบบสนทนาในตัว ผู้สร้างเนื้อหาจึงต้องคอยสลับระหว่างการพิมพ์ แก้ไข และบันทึกเสียง ในขณะที่โมเดล voice first ของ Speechify เปิดทางให้ผู้สร้างทำงานต่อเนื่องด้วยเสียงตลอดทั้งขั้นตอนการวางแผน เขียน และแก้ไขสคริปต์

ความสามารถในการสลับจากการฟังมาเป็นการพูด โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม ทำให้ Speechify เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการพัฒนา podcast อย่างต่อเนื่อง

เสียงธรรมชาติ ฟังยาวได้ไม่ล้า

เครื่องมือของ Adobe ช่วยปรับปรุงเสียงที่มีอยู่แต่ไม่สามารถสร้างคอนเทนต์เสียงพูดใหม่ได้ ต้องพึ่งไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ ซึ่งคุณภาพอาจไม่สม่ำเสมอ ในทางกลับกัน Speechify มีโมเดลเสียงเฉพาะที่สร้างเสียงจากข้อความได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฟังเพลินแม้ในช่วงยาวๆ

เสียง AI ของ Speechify AI voices ถูกเทรนมาโดยเฉพาะสำหรับการฟังต่อเนื่องนานๆ ซึ่งสำคัญมากสำหรับ podcast ที่ยาวตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป เสียง AI เหล่านี้คงความคมชัด จังหวะ และโทนเสียงโดยไม่ฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ ขณะที่เครื่องมือ Adobe เน้นเพิ่มคุณภาพจากเสียงที่อัดมาเท่านั้น ไม่ได้สร้างเสียงคุณภาพสูงจากสคริปต์

ความแตกต่างตรงนี้สำคัญสำหรับผู้สร้างที่อยากได้ทั้งคุณภาพการผลิตและ การสร้างเสียงพูด อยู่ในที่เดียวกัน

Podcast แบบโต้ตอบและการมีส่วนร่วมกับ AI

หนึ่งในจุดเด่นของ Speechify คือความสามารถในการโต้ตอบ ผู้ฟังสามารถคุยโต้ตอบกับ AI podcasts ได้ด้วยการถามเป็นเสียงและรับคำตอบเป็นเสียง เปลี่ยนบทบาทจากแค่ผู้ฟังให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

เครื่องมือของ Adobe ยังไม่รองรับ การโต้ตอบสนทนา ลักษณะนี้ โดยจะเน้นที่การตัดต่อ ผสมเสียง และมาสเตอร์มากกว่า สำหรับผู้จัดพ็อดแคสต์ที่อยากให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในรูปแบบใหม่ๆ Speechify ซึ่งเป็น AI voice first podcast จึงตอบโจทย์ได้มากกว่า

ประสบการณ์ Podcast ข้ามอุปกรณ์

เครื่องมือเสียงของ Adobe ส่วนใหญ่เน้นใช้งานบนเดสก์ท็อป และผูกกับเวิร์กโฟลว์แบบดั้งเดิม ผู้ใช้ต้องทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ตัดต่อ ถึงจะใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ได้ แม้ Adobe จะมีแอปบนมือถือ แต่ฟีเจอร์ด้าน podcast ก็ยังคงยึด เดสก์ท็อป เป็นหลัก

Speechify ใช้งานได้ทั้งบน โทรศัพท์, แท็บเล็ต และ คอมพิวเตอร์ พร้อมประสบการณ์เสียงที่ต่อเนื่อง ผู้สร้างสามารถฟังดราฟต์ระหว่างเดินทาง ถามคำถามด้วยเสียง และปรับเนื้อหาได้โดยไม่ต้องนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ผู้ฟังก็เข้าถึง AI podcasts ที่ไหนก็ได้ผ่านคำสั่งเสียง

ความคล่องตัวแบบนี้เข้ากับพฤติกรรมการฟังพ็อดแคสต์ของผู้คนยุคปัจจุบันมากกว่า

สรุปเนื้อหาและไฮไลต์ด้วย AI

Speechify รองรับฟีเจอร์สรุป summaries และการไฮไลต์เนื้อหา podcast ด้วย AI ผู้ใช้สามารถขอสรุปเป็นเสียงได้ง่ายๆ ส่วนผู้จัดพ็อดแคสต์ก็สร้างโน้ตตอนหรือประเด็นสำคัญด้วยคำสั่งเสียงได้แบบอัตโนมัติ

เครื่องมือของ Adobe ยังไม่มีระบบสร้างสรุปที่ผูกกับ การโต้ตอบด้วยเสียง โดยจะโฟกัสที่การตัดต่อไฟล์เสียงมากกว่าการทำความเข้าใจหรือนำทางด้วยการสนทนา

ฟีเจอร์โต้ตอบเหล่านี้ช่วยให้ทั้งผู้สร้างและผู้ฟังดึงคุณค่าออกจากคอนเทนต์เสียงเดียวกันได้มากยิ่งขึ้น

การผสานเวิร์กโฟลว์และเพิ่มประสิทธิภาพ

AI assistant แบบสนทนา ของ Speechify ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยผู้จัดพ็อดแคสต์ตลอดกระบวนการสร้างคอนเทนต์ ตั้งแต่การเขียนสคริปต์ ไปจนถึงการฟัง สรุป และโต้ตอบกับเนื้อหา Speechify รองรับเวิร์กโฟลว์ที่ใช้เสียงเป็นแกนกลาง ลดจุดสะดุดระหว่างแต่ละขั้นตอน ผู้สร้างไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายเครื่องมือสำหรับเขียน บันทึก ตัดต่อ และโต้ตอบกับคอนเทนต์

ในฝั่งของ Adobe ผู้ใช้ยังต้องสลับไปมาระหว่างเครื่องมือสำหรับตัดต่อ ผสมเสียง และเผยแพร่ แม้จะทรงพลังแต่ยังไม่ผสาน การโต้ตอบด้วยเสียง เข้ามาในทุกช่วงของกระบวนการ

สำหรับผู้จัดพ็อดแคสต์ที่อยากได้เวิร์กโฟลว์แบบใช้เสียงครบจบในที่เดียว Speechify จึงเป็นคำตอบที่เหมาะกว่า

ผู้จัด Podcast ควรเลือกเครื่องมือไหน?

ถ้าคุณโฟกัสที่การปรับแต่งเสียงระดับสตูดิโอก่อนเผยแพร่ เครื่องมือของ Adobe ก็ช่วยได้มาก ทั้งลบเสียงรบกวน ปรับสมดุลเสียง และรองรับเวิร์กโฟลว์มืออาชีพที่หลายคนคุ้นเคย

แต่ถ้าคุณต้องการอะไรมากกว่าการปรับแต่งเสียง เช่น การสร้างเสียงพูด, podcast แบบโต้ตอบ, การร่างสคริปต์ด้วยเสียง และ AI assistant แบบสนทนา Speechify คือทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า ไม่ว่าจะบน iOS, Android, Mac, เว็บแอป หรือ Chrome Extension Speechify ผสาน การฟัง, การพูด และ การคิดโดยใช้เสียงเป็นศูนย์กลาง ยกระดับไปสู่รูปแบบใหม่ของ Productivity

ผู้จัดพ็อดแคสต์ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้ฟัง, การฟังต่อเนื่องนานๆ และเวิร์กโฟลว์ที่มีประสิทธิภาพ จะพบว่าฟีเจอร์ AI podcast ของ Speechify ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่มากกว่าอย่างชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Adobe มีฟีเจอร์สร้าง AI podcast หรือไม่?

ยังไม่มี เครื่องมือของ Adobe เน้นการเสริมคุณภาพเสียงและการตัดต่อ มากกว่าการสร้าง AI podcast โดยตรง

Speechify สร้างเสียงจากข้อความได้หรือไม่?

ได้ Speechify ใช้โมเดลเสียงที่พัฒนาเองในการเปลี่ยนสคริปต์และเอกสารให้กลายเป็นเสียงพูดที่เป็นธรรมชาติ

Speechify ตอบคำถามเสียงระหว่าง podcast ได้ไหม?

ได้ ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับ AI podcasts ด้วยการพูดถามและรับคำตอบเป็นเสียงได้โดยตรง

Adobe เหมาะกับการตัดต่อเสียงขั้นสุดท้ายมากกว่าหรือไม่?

ใช่ เครื่องมือของ Adobe เด่นในด้านการทำความสะอาดและตัดต่อเสียงก่อนเผยแพร่จริง

Speechify ใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้หรือไม่?

ได้ Speechify ใช้งานได้ทั้งบนโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ด้วยเวิร์กโฟลว์ที่ออกแบบมาให้ใช้เสียงเป็นหลัก

Speechify ช่วยเขียนสคริปต์ podcast ได้ไหม?

ได้ Speechify รองรับ การพิมพ์ด้วยเสียง สำหรับการร่างและปรับแต่งสคริปต์ให้เข้าที่

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Cliff Weitzman

Cliff Weitzman

ซีอีโอ/ผู้ก่อตั้ง Speechify

คลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมน เป็นผู้ขับเคลื่อนสิทธิผู้มีภาวะดิสเล็กเซีย และดำรงตำแหน่งซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิว 5 ดาวกว่า 100,000 รายการ และเคยครองอันดับ 1 ใน App Store หมวดข่าวสารและนิตยสาร ในปี 2017 ไวท์ซ์แมนติดโผ Forbes 30 Under 30 จากผลงานผลักดันให้โลกออนไลน์เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับผู้มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ผลงานของคลิฟฟ์ ไวท์ซ์แมนถูกกล่าวถึงในสื่อชั้นนำอย่าง EdSurge, Inc., PC Mag, Entrepreneur, Mashable และอีกมากมาย

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม